7 สิว ตัวร้าย รู้ไว้รักษาได้

เรื่องของ “ สิว ” จุดเล็ก ๆ ที่สร้างปัญหาให้ผิวหน้าที่ยิ่งใหญ่ เพียง สิว จุดเล็ก ๆ ก็สามารถดึงดูดสายตาแย่งซีนทุกสิ่งบนใบหน้าได้เลยทีเดียว เป็นปัญหาที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะเจอะเจอจริง ๆ และปัญหาของสิวไม่ได้เพียงแค่แย่งซีบนใบหน้าเท่านั้น แต่บางครั้งก็มาพร้อมความเจ็บปวด บวมแดง และยังฝากรอยแดงไว้ให้ช้ำใจตอนหายแล้วอีก ครั้งนี้ Joie จึงมาบอกกล่าวเล่าถึงสิวทั้ง 7 ประเภทว่าเราจะรับมือและรักษายังไงให้ถูกวิธี เพื่อให้มีหน้าที่ใสไร้สิวไร้รอยดำรอยแดง โดยสิวทั้ง 7 ประเภทมีดังนี้

1 สิวหัวดำ

สิวหัวดำหรือ Blackheads เป็นสิวที่ค่อนข้างเป็นฝันร้ายของหลาย ๆ คนโดยสิวชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มนูน และจะสามารถมองเห็นหัวสิวที่ที่ปรากฏออกมาได้ ซึ่งจุดดำ ๆ ที่มองเห็นเกิดจากน้ำมันบนใบหน้าเกิดการอุดตันและทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศจนเปลี่ยนลักษณะเป็นสีดำซึ่งมีความแข็งและมักทิ้งรูหลุมสิวไว้บนใบหน้า

วิธีการดูแลรักษา : สิวชนิดนี้เกิดจากการมีไขมันอุดตันจนกลายเป็นหัวสิวที่มีลักษณะแข็งดังนั้นการทายาหรือหาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Salicylic Acid ที่ช่วยในเรื่องของการละลายไขมันหรือสิวที่อุดตัน หรือใช้การกดสิวที่ต้องกดอย่างถูกวิธีร่วมด้วย

2 สิวหัวขาว

สิวยอดฮิตที่มักมาพร้อมกับตุ่มนูน และบีบออกยากมาก เพราะเป็นสิวที่มีรากค่อนข้างลึก และเป็นสิวที่ไม่ควรปล่อยไว้นาน เพราะการปล่อยไว้นาน ๆ อาจลุกลามกลายเป็นสิวอักเสบชนิดต่าง ๆ ได้

วิธีการดูแลรักษา : การกดสิวที่ถูกวิธีร่วมกับการใช้เจลสำหรับแต้มสิวช่วยได้

3 สิวเสี้ยน

สิวที่เป็นภัยกับผิวสัมผัสที่เรียบเนียนของใบหน้า เพราะมีลักษณะที่เล็ก และมีลักษณะเหมือนเสี้ยนซึ่งจะขึ้นตามจุดต่าง ๆ บนใบหน้าแต่ที่ฮิตมากคือบริเวณจมูก สาเหตุส่วนใหญ่จะเกิดจากความผิดปกติของรูขุมขนและความมันบนใบหน้า

วิธีการดูแลรักษา : ไม่แนะนำให้ลอกสิวเสี้ยนเพราะถึงสิวจะออกจริงแต่สิ่งที่ตามมาคือผิวบริเวณที่ลอกจะเกิดการโดนทำร้ายและอาจลายเป็นการเกิดผิวอักเสบและระคายเคืองได้ วิธีการกำจัดสิวเสี้ยนอย่างถูกวิธีคือ ใช้ยาทาที่ช่วยลดการอุดตัน เช่น ยาทาเบนซิล เพอร์ออกไซด์ หรือยาทาในกลุ่มกรดวิตามินเอ จะช่วยให้สิวเสี้ยนและสิวอุดตันหลุดออกได้ง่ายขึ้น

4 สิวอักเสบ

สิวตัวร้ายที่มาพร้อมความปวดแสบร้อนบริเวณที่เป็น เกิดจากแบคทีเรียและความมันบนใบหน้าโดยสิวชนิดนี้มักเกิดขึ้นบริเวณใต้ผิวหนัง ซึ่งหากปล่อยไว้นานสิวจะลุกลามและมีขนาดที่ใหญ่ขึ้น เมื่อสิวสุกจะกลายเป็นหนองและมีอาการที่เจ็บพร้อมกับการระคายเคืองบริเวณที่เป็นสิวที่มักมากับปัญหารอยแดงและหลุมสิวหากรักษาไม่ถูกวิธี

วิธีการดูแลรักษา : ควรหาเจลแต้มสิวทาตั้งแต่ที่รู้สึกว่าจะเป็นตั้งแต่เนิ่น ๆ หรือพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อป้องกันการเกิดรอยแดงที่เกิดขึ้นหลังกด

5 สิวอักเสบชนิดตุ่มแดง

ส่วนมากสิวชนิดนี้เป็นสิวอักเสบในระยะแรกที่พัฒนามาจากสิวอุดตัน ขนาดจะเล็กกว่าสิวอักเสบชนิดแรกและมีอาการเจ็บเล็กน้อยหากสัมผัส โดยเมื่อสุกก็มักจะมีหัวที่เหลวผสมกับหนอง และที่สำคัญทิ้งรอยแดงหลังการกดที่ชัดเจน

วิธีการดูแลรักษา : ล้างหน้าให้สะอาดและอาจกดสิวอย่างถูกวิธีและเช็ดทำความสะอาดอย่างเบามือร่วมกับเจลแต้มสิวเพื่อลดการอักเสบหลังการกดเพื่อบรรเทาอาการแดง

6 สิวอักเสบหัวหนอง

สิวอักเสบอีกชนิดที่มีลักษณะเป็นตุ่มแดงและมาพร้อมความเจ็บปวด บนตุ่มมีหัวหนองสีเหลือง เป็นสิวที่มีอาการอักเสบมากกว่าสิวอักเสบค่อนข้างรุนแรง หรืออาจเกิดจากสิวมีการติดเชื้อแบคทีเรียอื่นแทรกซ้อน จนพัฒนามาเป็นสิวอักเสบชนิดนี้

วิธีการดูแลรักษา : ล้างหน้าให้สะอาดแบบอ่อนโยน ไม่ควรใช้สครับขัดผิวหน้าเด็ดขาด เพราะจะยิ่งเพิ่มอาการระคายเคือง และควรใช้ยาแต้มสิวร่วมด้วยวันละ 2-3 ครั้ง

7 สิวหัวช้าง

ฝันร้ายที่สร้างความหักใจให้กับเจ้าของผิวหน้ามากที่สุด เป็นสิวอักเสบชนิดรุนแรง มักเกิดขึ้นกับวัยรุ่นที่มีผิวมันมาก สิวหัวช้างมีลักษณะเป็นสิวอักเสบรุนแรงทุกชนิดขึ้นรวมกันในบริเวณใกล้ ๆ กัน หัวสิวมักจะปะทุและมาพร้อมกับหนองจำนวนมาก และมีเลือดออก

วิธีการดูแลรักษา : พบแพทย์เฉพาะทางจะดีที่สุด เพราะเป็นสิวที่มีอาการอักเสบที่รุนแรง มักทิ้งรอยแดงและหลุมสิวไว้เสมอหากดูแลรักษาผิดวิธี

และทั้งหมดนี้ก็คือสิวทั้ง 7 ประเภทที่พบบ่อย และไม่อยากจะพบ ฉะนั้นหมั่นดูแลความสะอาดและหลีกเลี่ยงสาเหตุการเกิดสิว แต่ถ้าหากสิวดีขึ้นแล้วแต่ยังคงมีรอยแดงรอยดำที่เกิดจากการกดสิวบีบสิวแบบผิด ๆ จัดการรอยแดงให้จางลงได้ด้วยเซรั่มหน้าใส JOIE Super Brightening Serum เซรั่มที่มีคุณสมบัติจัดการปัญหาผิวหน้าได้อย่างตรงจุด ซึมซาบง่ายไม่เหนียวเหนอะหนะ ปลอบประโลมผิวพร้อมทั้งสร้างความแข็งแรงให้กับผิวมากยิ่งขึ้น สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to Top